วันจันทร์ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ระวัง! กระแสคลั่งยา และเทคนิคปรับลีลาชีวิต

ระวัง! กระแสคลั่งยาและเทคนิคปรับลีลาชีวิต (หมอชาวบ้าน)

          แพทย์ผิวหนังเตือน...ส่งผลร้ายทั้งร่างกายและจิตใจ

          จาก ที่มีกระแสวัยรุ่นและผู้ใหญ่ไทยอยากมีผิวขาวใสและไร้ริ้วรอยเหี่ยวย่น จนมีการใช้ผลิตภัณฑ์และเทคนิคต่างๆ ท่าอาจเป็นอันตรายได้ จนสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาต้องออกมาเตือนอยู่เสมอนั้น

          นายแพทย์ประวิตร พิศาลบุตร แพทย์โรคผิวหนัง ที่ปรึกษาประจำคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า คำนิยมอยากมีผิวขาวจัดนั้นไม่เหมาะสมสำหรับคนไทยที่อยู่ในภูมิอากาศที่มีแสงแดดจัดทั้งปี

          ใต้ผิวหนังมีเม็ดสีเพื่อทำหน้าที่ป้องกันแสงแดด คนผิวขาวมีเม็ดสีขนาดเล็ก จึงได้รับผลเสียจากแสงแดดมากกว่า

          ผลเสียทันที คือทำให้โรคผิวหนังจำนวนมากกำเริบ เช่น ผิวไหม้แดด ผิวคล้ำลง โรคเอสแอลอีที่มีอาการปวดข้อและมีผื่นแดงรูปปีกผีเสื้อที่แก้ม สิว เริม ฝ้า-กระเข้มขึ้น

          ผลเสียระยะยาว คือผิวเหี่ยวแก่ และมะเร็งผิวหนัง

          คนไทยจัดว่าเป็นชาติพันธุ์ที่มีผิวสวย และเหมาะสมกับการดำรงชีวิตอยู่แล้ว จึงพบเสมอว่าเวลาคนไทยอายุเกิน 30 ปีจะเข้าบาร์ที่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในต่างประเทศ มักจะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้า เพราะดูเด็กกว่าเกณฑ์เฉลี่ยของฝรั่ง

          กระแส คลั่งอยากมีผิวขาวนั้น ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นจากค่านิยมที่จะต้องเป็นเจ้าคนนายคน ต้องนั่งทำงานในห้องแอร์ และการตีความสำนวนไทย "คบคนให้ดูหน้า ซื้อผ้าให้ดูเนื้อ" ผิดพลาด โดยเข้าใจว่าเน้นที่หน้าตา ทั้งที่ความหมายจริงนั้นเน้นจิตใจมากกว่า และส่วนหนึ่งมาจากการโหมโฆษณาเครื่องสำอางทำให้ผิวขาวที่มีงบโฆษณาสูงมาก บริษัทเครื่องสำอางจึงควรแสดงความรับผิดชอบโดยการพิมพ์ผลเสียของแสงแดดไว้ ที่กล่องบรรจุ เช่นเดียวกับที่ซองบุหรี่มีคำเตือนว่า การสูบอาจทำให้เป็นมะเร็งปอด และการสูบบุหรี่ทำให้แก่เร็ว
          นายแพทย์ประวิตรเปิดเผยต่อว่า ยาและเทคนิคปรับลีลาชีวิต (lifestyle drugs) ที่นิยมกัน เช่น ยาปลูกผม ยาลดไขมัน ยาทำให้ผิวขาว ยาฉีดลบรอยย่น (คือสารพิษโบทูลินัม)

          ปัจจุบัน พบกลุ่มผู้ป่วยที่มีอาการคลั่งอยากรับการฉีดสารพิษโบทูลินัม (botulinophilia) จัดว่าอาการคลั่งชนิดนี้เป็นข้อห้ามของการฉีดยาตัวนี้ พบว่าการใช้ยาและเทคนิคปรับลีลาชีวิตมากเกินไป อาจเป็นความผิดปกติทางจิตใจที่เรียกว่า body dysmorphic disorder ซึ่งผู้ป่วยจะกังวลวามีความผิดปกติของผิวหนัง หรืออวัยวะไม่ได้สัดส่วน
          บางคนกังวลเรื่องผมบาง ขนดก รูขุมขนโต ผิวไม่ขาว หน้าเหี่ยวย่น ที่น่าเป็นห่วงคือพบอาการซึมเศร้ารุนแรงในผู้ป่วยกลุ่มนี้ได้บ่อยและมีแนว โน้มจะฆ่าตัวตายสูง
          แพทย์เองก็ต้องวินิจฉัยผู้ป่วยที่คลั่งการใช้ยาและเทคนิคปรับลีลาชีวิต ที่มีอาการทางจิตร่วมด้วยให้ได้เร็วที่สุดห้ามให้การรักษาโดยการจ่ายยา ผ่าตัด หรือใช้เทคนิคการเสริมความงามอื่นๆ แก่ผู้ป่วยโรคนี้ เพราะจะยิ่งเป็นการตอกย้ำให้ผู้ป่วยมั่นใจว่าตนเองมีความผิดปกติทางรูป ลักษณะจริง และขาดโอกาสได้รับการเยียวยาทางจิตใจ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น