7 ความลับเกี่ยวกับตัวคุณ ที่ (เรา) อยากบอก (ไทยรัฐ)โดย Liz Vaccariello
เชื่อหรือไม่ว่า สัญชาตญาณในการดมกลิ่นของคุณหรือความยาวของนิ้วมือคุณ สามารถทำนายถึงสุขภาพในอนาคตของคุณได้
นักวิทยาศาตร์พบว่า ลักษณะทางกายภาพที่แน่นอนของคนเรา
สามารถแสดงให้เห็นถึงปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคต่างๆ ได้ เช่น
โรคอัลไซเมอร์ เบาหวาน หรือมะเร็ง
ซึ่งถ้าคุณมีลักษณะบางอย่างที่จะกล่าวต่อไป ขอให้อย่าเพิ่งตกใจ
เพียงแค่เป็นข้อควรระวังเท่านั้น เริ่มจาก
1. ความยาวของนิ้วมือ จาก
ผลการวิจัยของอังกฤษ
พบว่าคุณสุภาพสตรีท่านใดที่มีความยาวของนิ้วชี้น้อยกว่านิ้วนางหล่ะก็
นั่นแสดงว่า
คุณมีโอกาสตกอยู่ในภาวะโรคข้อกระดูกเสื่อมที่หัวเข่ามากกว่าคนที่ีนิ้วชี้
ยาวกว่านิ้วนางถึง 2 เท่า
นอกจากนี้ผลการวิจัยยังพบอีกว่า สำหรับผู้ชายที่มีนิ้วชี้สั้นกว่านิ้วนาง
แสดงว่ามีระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนในระดับต่ำ
ซึ่งเจ้าฮอร์โมนนี้มีบทบาทสำคัญในการก่อให้เกิดโรคไขข้อกระดูกอักเสบ
ข้อแนะนำ
พยายามทำให้กล้ามเนื้อรอบๆ หัวเข่าของคุณแข็งแรงขึ้น
ขณะที่นั่งอยู่ก็ให้พยายามยืดขาของคุณแต่ละข้างให้ตรงในแนวที่ขนานกับพื้น
ประมาณ 10 ครั้ง และหดขาเข้ามาประมาณ 5-10 วินาที
2.ความยาวของขา ถ้าขาทั้ง 2 ข้างของคุณมีลักษณะสั้นม้อต้อ คำเตือนคือ คุณต้องหมั่นดูแลรักษาตับของคุณให้อยู่ในสภาพที่ดีอยู่เสมอ
จากผลการศึกษาเมื่อปี 2008 พบว่า ผู้หญิงที่มีความยาวของขาระหว่าง 20-29
นิ้ว มีแนวโน้มว่าจะมีอัตราของเอนไซม์ 4
ตัวที่สูงเกินไปจนอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อตับ นักวิจัยยังระบุอีกว่า
ปัจจัยเรื่องของอาหารการกินในวัยเด็กนั้น เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญ
ไม่ได้ส่งผลเฉพาะต่อการเจริญเติบโตเท่านั้น
แต่ยังส่งผลถึงพัฒนาการของตับในตอนโตอีกด้วย
ข้อแนะนำ
หลีกเลี่ยงกระบวนการที่จะส่งสารพิษไปยังตับของคุณ
เพราะนั่นจะช่วยทำให้ตับของคุณมีสุขภาพดีและยืดอายุการทำงานของมัน
และคุณไม่ควรลืมสวมถุงมือหรือหน้ากากทุกครั้งที่ต้องสัมผัสกับสารอันตราย
หรือสารเคมี ที่สำคัญต้องจำกัดปริมาณเครื่องดื่มแอลกฮอล์ต่อวันด้วย
3.สัญชาตญาณในการดมกลิ่น
จากผลการศึกษาเมื่อปี 2008 พบว่า
ไม่ว่าจะเป็นคนแก่หรือวัยรุ่นที่ไม่สามารถระบุกลิ่นของกล้วย มะนาว ชินนามอน
(อบเชย) หรือกลิ่นของสิ่งอื่นๆได้
แน่นอนว่าคุณอยู่ในกลุ่มเสี่ยงต่อการเป็นโรคพาร์กินสันภายใน 4
ปีมากกว่าคนปกติถึง 5 เท่า ซึ่งนักวิจัยเชื่อว่า
พื้นที่ของสมองที่รับผิดชอบประสาทสัมผัสการดมกลิ่นเป็นส่วนที่แรกที่จะส่งผล
ต่อการเกิดโรคพาร์กินสัน บางครั้งอาจต้องใช้เวลาถึง 2-7
ปีกว่าจะแสดงอาการออกมาให้เห็น
4.ความยาวของแขน ผลการวิจัยล่าสุดจากมหาวิทยาลัย Tufts พบว่า
สำหรับผู้หญิงที่มีแขนค่อนข้างสั้น มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคอัลไซเมอร์มากกว่าคนที่มีท่อนแขนยาว ซึ่งคุณผู้หญิงสามารถทดสอบได้โดยการกางแขนของคุณขนานไปกับพื้นแล้ววัดความ ยาว หากน้อยกว่า 60 นิ้วถือว่ามีความยาวของแขนค่อนข้างน้อย
ข้อแนะนำ
พยายามทำกิจกรรมหรือออกกำลังกายอะไรที่ต้องใช้การยืดแขนของคุณ เช่น
การวาดภาพ ทำงานปั้น เป็นต้น จากผลการศึกษากว่า 5 ปี ของศูนย์อัลไซเมอร์
มหาวิทยาลัยศูนย์การแพทย์รัช พบว่า
วัยรุ่นที่ใช้เวลาส่วนมากทำกิจกรรมที่ใช้พลังงาน หรือสมอง
มีอัตราเสี่ยงต่อการเกิดโรคอัลไซเมอร์น้อยกว่าคนที่ไม่ทำกิจกรรมอะไรเลย 2.5
เท่า
5.รอยพับหรือรอยย่นที่ใบหูส่วนล่าง ลักษณะรอยย่นที่เป็นเส้นตรงที่ปรากฏบนใบหู ไม่ว่าข้างเดียวหรือสองข้าง สามารถทำนายอัตราการเสี่ยงต่อการเกิดโรคเกี่ยวกับหัวใจ
ซึ่งหากเป็นรอยพับที่หูข้างเดียว
นั่นแสดงว่าคุณมีอัตราเสี่ยงต่อการเกิดโรค 33%
แต่ถ้าเป็นทั้งสองข้างนั่นแสดงคุณมีอัตราเสี่ยงต่อการเกิดโรค 77%
อย่างไรก็ตามแม้ลักษณะดังกล่าวจะไม่ได้รับการยืนยันจากผู้เชี่ยวชาญ
แต่อย่างน้อยอาการดังกล่าวที่ปรากฏให้เห็นก็เป็นสัญญาณเตือนว่าคุณกำลังขาด
ไฟเบอร์ที่ช่วยด้านความยืดหยุ่น
ข้อแนะนำ พยายามช่วยให้หัวใจของคุณแข็งแรงด้วยการควบคุมน้ำหนัก และออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพื่อลดคอลเรสเตอรอลและความดันในเลือด
6.ขนาดกางเกงยีนส์ จากรายงานด้านประสาทวิทยา
พบ
ว่าวัยรุ่นที่มีพุงค่อนข้างใหญ่ จะเสี่ยงต่อการเกิดอาการทางจิต
หรือโรคจิตเสื่อม เพราะจากการศึกษาพบว่าในคนที่มีพุงหรือหน้าท้องใหญ่
เท่ากับว่าพวกเขามีไขมันที่เป็นอันตรายอยู่ใต้ผิวหนัง
และเกาะอยู่ตามระบบอวัยวะต่างๆ
ที่ส่งผลต่อฮอร์โมนที่ควบคุมระบบของความรู้สึกนึกคิด
ข้อแนะนำ
ใส่ใจในการเลือกรับประทานอาหารมากขึ้น หันมาเลือกทานพวกน้ำมันมะกอก ถั่ว
เมล็ดอโวคาโด และดาร์กช็อกโกแลต เพื่อป้องกันไขมันที่เป็นอันตราย
7.ขนาดของหน้าอก
จากผลการศึกษาของฝรั่งเศสพบว่า ผู้หญิงที่มีหน้าอกขนาดเล็กขนาด 13
นิ้วหรือน้อยกว่า
มีแนวโน้มจะเกิดคราบหรือตัวสกัดกั้นเส้นเลือดสำคัญบริเวณลำคอ
อันจะก่อให้เกิดภาวะสมองขาดเลือดเฉียบพลัน นักวิจัยบอกว่า
ไขมันที่อยู่ใต้ผิวหนังในผู้หญิงที่มีหน้าอกใหญ่จะมีมากกว่าคนที่หน้าอกเล็ก
ซึ่งไขมันเหล่านี้จะทำหน้าที่ดึงไขมันตามเส้นเลือดและเก็บมันไว้
เพื่อลดอัตราเสี่ยงการเกิดอาการดังกล่าว
ข้อแนะนำ
จากผลการวิจัยพบว่าหนุ่มสาวชาวญี่ปุ่นที่ดื่มชาเขียววันละ 5
แก้วหรือมากกว่านั้น จะช่วยลดอัตราเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจ
หรือภาวะสมองขาดเลือดเฉียบพลันได้